แนวทางการปิดวิธีขายที่มือโปรจะต้องทราบ

50

การที่พวกเราจะต้องไปเสนอแนวทางการขายผลิตภัณฑ์ให้ได้ดื้อดึงแล้วครับ ปิดแนวทางการขายแล้วให้ได้ยอดจำหน่ายนั้นยากกว่าอีก

ปกติแล้วถ้าหากลูกค้าจะไม่ยอมรับการซื้อผลิตภัณฑ์ของพวกเราเขาก็จะอ้างเอาเหตุนาๆประการเพื่อมาปัดการซื้อของพวกเรา สักครู่ผมจะยกตัวอย่างที่ผมเคยพบมาแล้วกันครับผม อย่างเช่น ขอลองคิดดูก่อนครับผม ขอคำแนะนำแฟนก่อนนะ ที่บ้านผมมีแล้ว ฯลฯ แล้วประโยคที่จำต้องพูดว่าคงจะยอดฮิดที่สุดก็คือ มันราคาสูงเกินความจำเป็น ขาดเงิน
ตรงนี้พวกเรามาดูแนวทางการปิดวิธีขายจากลำดับที่หนึ่งของนักขายจากญี่ปุ่น
ถามหาความอยากที่จะซื้อ แบบขวานผ่าซาก
ภายหลังที่พวกเราได้เสนอขายผลิตภัณฑ์ของพวกเราไปแล้ว ก็สามารถกรรมวิธีการปิดแนวทางการขายได้เลยครับผม รวมทั้งนักขายส่วนมากชอบใช้คำกล่าวกลุ่มนี้เป็นการปิดวิธีขาย อาทิเช่น “ถัดไปจะเป็นข้อเสนอแนะจากบริษัทพวกเรา ก่อกวนพินิจพิเคราะห์ด้วยครับผม นัดหมายกันครั้งถัดมาเมื่อไรดีขอรับ”
แล้วถ้าหากคุณนั้นยังคงใช้แต่ว่าคำบอกเล่าแบบงี้อยู่ ก็ไม่สามรถยนต์ที่จะปิดวิธีขายได้หลอกนะครับ เพราะเหตุว่าภายหลังที่คุณกล่าวถึงแล้วลูกค้าก็จะตอบกลับมาว่า “เด๋ยวจะพิเคราะห์มองครับผม แล้วก็สักครู่ผมติดต่อกลับไปครับ” สรุปแล้วการพูดจาแนวทางการขายวันนั้นก็ไม่ได้อะไรเลย แปลงเป็นว่าคุยมาตั้งนาน ดันไปเปิดโอกาสทางที่จะให้ลูกค้ากลับไปคิดแล้วไม่ยอมรับการซื้อของพวกเราไปอีก
เอาละสักครู่ผลจะกล่าวว่าภายหลังจากการเสนอขายผลิตภัณฑ์ไปแล้วควรที่จะใช้คำกล่าวอย่างไรต่อมา
“เป็นไงบ้างครับผม ลูกค้าไม่มีปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่พรีเซนเทชั่นครับ ลูกค้าอยากจะซื้อผลิตภัณฑ์ของพวกเราไหมครับผม”
เพราะว่าภายหลังจากพวกเราเสนอขายผลิตภัณฑ์ไปแล้ว พวกเราก็จะต้องถามต่อถึงความมุ่งมั่นของลูกค้าไปเลยว่าพึงพอใจจะซื้อไหมในทันทีทันใด เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจให้ตนเองแล้วให้ตัวเลือกการตัดสินใจกับลูกค้าในทันที
ปล่อยมือจากผลตอบแทนของตนเอง
ถึงแม้ว่าจะพวกเราต้องการจะได้ยอดการสั่งซื้อเยอะแค่ไหน ถ้าหากพวกเราได้พิเคราะห์แล้วว่าการให้บริการของบริษัทอื่นได้ผลผลดีต่อลูกค้ามากยิ่งกว่า แน่ๆว่าพวกเราก็ไม่สมควรที่จะเสนอบริษัทของตน เนื่องจากว่านี่เป็นจิตวิญญาณของความซื่อตรงซื่อสัตย์สุจริต
เช่น มีลูกค้าท่านหนึ่งกำปรารถนาเชิ้ตดีๆสักตัว แต่ว่าบุคลากรตรวจผลิตภัณฑ์แล้วพบว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ตัวนี้ จากนั้นก็หายไป และจากนั้นก็กลับมาพูดว่า “จะต้องขออภัยด้วยนะคะ ทางร้านค้าของพวกเราไม่มีเสิ้อเชิ้ตที่คุณลูกค้าอยาก เลยทดลองไปถามผลิตภัณฑ์จากเคานต์เตอร์แบนรด์อื่นนั้นก็ไม่มีผลิตภัณฑ์อย่างนี้แบบเดียวกัน จำเป็นต้องขอประทานโทษจริงๆจ้ะ”
กระบวนการทำแบบงี้จะเป็นการสร้างความตรึงใจให้ลูกค้า และก็ในอนาคตเขาก็จำเป็นต้องกลับมาแน่ๆขอรับ เนื่องจากว่ากำเนิดความซาบซึ้งในบริการของพวกเรา หรือเปล่าแน่นะขอรับเขาบางครั้งอาจจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของคุณวันนั้นเลยก็ได้
คืออะไรกันบ้างล่ะนะครับ หวังว่าบทความที่ผมเอามาเขียนให้ทุกคนได้อ่านวันนี้จะมีประโยชน์ต่อนักขายทุกๆคนครับผม แล้วก็ขอขอบพระคุณบทความต้นฉบับดีๆจากเว็บไซต์ amarinbooks.com ด้วยครับ